Home ประวัติกลุ่ม

ประวัติกลุ่ม

 

ประวัติกลุ่ม(en)

FAIRTRADE PINEAPPLE GROWERS' GROUP

Pineapple cultivation in Thailand takes up about 1 million rai, or 160,000 hectares. and Thailand is also the world’s largest exporter of processed pineapples. Each year, about 400 million Euros worth of processed pineapples are exported.Pineapple cultivation takes place in 10 provinces. PrachuabKhiriKhan is one such province, which is also known as a very attractive place for sightseeing.

 

อ่านเพิ่มเติม...

ประวัติกลุ่ม(Th)

 


กลุ่มเกษตรกรทำไร่สับปะรดแฟร์เทรด

000 ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกสับปะรดจำนวน 1 ล้านไร่เศษและเป็นผู้ส่งออกสับปะรดแปรรูปรายใหญ่ของโลก มีมูลค่า
การส่งออกปีละประมาณ 20,000 ล้านบาทเศษหรือ 400  ล้านยูโร  มีแหล่งเพาะปลูกสับปะรดที่สำคัญกว่า 10 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอาทิเช่น อำเภอหัวหิน เป็นสถานที่ตากอากาศที่ไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงนัก อีกทั้งยังเป็นประตูสู่ภาคใต้ของประเทศไทย
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่การเพาะปลูกสับปะรดมากที่สุดของประเทศไทย ประมาณ 6 แสนไร่ ผลผลิตรวม 1.3 ล้าน

ตันต่อปีผลผลิตสับปะรดร้อยละ 90 ส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออกและที่เหลือใช้ในการบริโภคผลสดภายใน ประเทศ   อุตสาหกรรมสับปะรดประเทศไทยเติบโตมาโดยตลอด พร้อมๆกับปัญหาที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนและเป็นประจำ ปัญหาด้านการเพาะปลูกของเกษตรกร   ปัญหาด้านการแปรรูปและด้านการตลาด ซึ่งนั่นเป็นการสะท้อนและบ่งบอกถึงปัญหาที่รอการแก้ไขจากผู้รับผิดชอบและ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ

แฟร์เทรดออริจินัล ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาสับปะรด เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน แฟร์เทรด (การค้าที่เป็นธรรม) ระดับสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และอุตสาหกรรมสับปะรดในประเทศไทย โดยสนับสนุนให้เกษตรกร และอุตสาหกรรมสับปะรดในประเทศไทย โดยสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรชาวไร่สับปะรดได้พัฒนาตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนเป็นการช่วยเหลือสังคม และเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

โดยได้รับการจดทะเบียนเมื่อ 3 กันยายน 2550 โดยใช้ชื่อว่า "วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดแฟร์เทรด" มีสมาชิกแรกเริ่มก่อตั้งเพียง 20 ราย และเพิ่มเป็น 63 ราย จากนั้นได้ดำเนินการเปลี่ยนระบบการบริหารให้มาเป็น "กลุ่มเกษตรกรฯ" เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 โดยใช้ชื่อว่า "กลุ่มเกษตรกรทำไร่สับปะรดแฟร์เทรด" เพื่อให้ได้รับการสนับสนุจากภาครัฐบาลมากขึ้น โดยสมาชิกปัจจุบันมีจำนวน 44 ราย

ในปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกสับปะรด ประมาณ 2,500 ไร่ ผลผลิตสับปะรดรวม 15,000 ตัน กลุ่มฯมีการบริหารจัดการโดยมีคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 11 ท่าน โดยมีนายชาญชัย ธนะกมลประดิษฐ์ ตำแน่งประธานกรรมการกลุ่มฯ และเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ 2 ท่าน ทางกลุ่มฯมีการจัดการที่เป็นรูปแบบพร้อมระบบการประชุม และกิจกรรมของทางคณะกรรมการและสมาชิกเป็นประจำและต่อเนื่อง การดำเนินงานของกลุ่มฯเป็นบนพื้นฐานความต้องการของสมาชิก และสังคมเป็นหลักและพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

เบลลิ่ง หรือที่เรียกชื่อย่อว่า โฟล (FLO) ประเทศสาธาณรัฐเยอรมณี โดยองค์กรดังกล่าวมีเป้าหมายในการพัฒนารูปแบบการค้าสำหรับเกษตรกรรายย่อยให้ได้มาตรฐานการค้าที่เป็นธรรม ผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ มาตรฐานปลอดภัยต่อผู้บริโภค และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการใช้แรงงานในภาคเกษตรเพื่อให้เกิดวิถีการค้าที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น มีการรับรองราคาสินค้าขั้นต่ำรวมทั้งเป็นการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม การบริหารกลุ่มฯที่เป็นประชาธิปไตย และมีความโปร่งใส ซึ่งโรงงานดังกล่าว ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตจากองค์กรการค้า ที่เป็นธรรม หรือแฟร์เทรดเช่นเดียวกัน โดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสับปะรดบรรจุกระป๋อง และน้ำสับประเพื่อการส่งออก นอกจากการจำหน่ยสินค้า ซึ่งกลุ่มได้รับเงินค่าสินค้าแล้ส กลุ่มฯยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากผู้ซื้อภายใต้ระบบการค้าเป็นธรรม ซึ่งเงินดังกล่าว เรียกว่า เงินพรีเมี่ยม โดยกลุ่มฯได้นำเงินดังกล่าวมาใช้จ่ายในโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิก และสังคมในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

- จัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบด้านแผนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่ม

- โครงการจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ความรู้แก่สมาชิก และหลักสูตร GAP ในสับปะรด

- การอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกการจัดการเรื่อง ดิน น้ำ และสารเคมี เพื่อการเกษตรอย่างถูกวิธีปลอดภัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

- สนับสนุนงบประมาณให้สมาชิกเพื่อก่อสร้างห้องเก็บสารเคมีเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม

- โครงการปลูกป่าเพื่อพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน ปลูกป่าชายเลนเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม และปลูกปะการังเพื่อคืนธรรมชาติสู่ท้องทะเล

- โครงการจัดหาปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อแจกจ่ายให้สมาชิก เพื่อปรับปรุงดิน และลดการเสื่อมโทรมของดิน

- จัดอบรมให้ความรู้และส่งเสริมสมาชิกให้งดเผาต้นต่อสับปะรด เพื่อทำการรื้อแปลงปลูกใหม่ โดยหันมาไถกลบ

- โครงการรักษาแหล่งน้ำทางการเกษตรให้เป็นแหล่งน้ำสะอาดปราศจากการปนเปื้อนสารเคมีและประโยชน์ทางเกษตรกรร่วมกัน

- การวิเคราะห์ธาตุอาหารดิน  ในพื้นที่เพาะปลูกสับปะรดของสมาชิก  เพื่อการปรับปรุงการใช้ปุ๋ย และลดต้นทุนในการผลิตสับปะรด

การพัฒนาด้านการตลาดให้สมาชิกได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถแข่งขันโดยปฏิบัติตามหลักการค้าที่เป็นธรรม


• จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการตลาด และการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารให้แก่สมาชิก และเจ้าหน้าที่กลุ่ม

• เข้าร่วมงานแสดงสินค้าให้เป็นที่รู้จักของตลาดทั้งในและนอกประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสเข้าถึง ตลาดได้มากยิ่งขึ้น

การมีส่วนร่วมพัฒนาและช่วยเหลือสังคม

• การบริจาคทุน เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน การศึกษาและการกีฬา สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น และอาหารกลางวันแก่เด็กพิการทางสมองและบกพร่องทางปัญญา แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนประจำ เพื่อเป็นการเอื้ออาทร และแบ่งเบาภาระทางสังคม

ด้านการบริหาร และการจัดการเงินทุนของกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและสังคม


- โครงการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมพัฒนาสมาชิกด้านต่างๆ และสวัสดิการ อาทิ เช่นกองทุนกู้ยืมเพื่อการลงทุนในด้าน
การผลิตสับปะรด ตลอดจนการวางแผนจัดสวัสดิการที่จำเป็นขั้นพื้นฐานแก่สมาชิก และศึกษาความต้องการของชุมชนและสังคม
- การวางแผนการใช้จ่ายเงินของกลุ่มให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกและกลุ่ม
กลุ่มเกษตรกรทำไร่สับปะรดแฟร์เทรด ก้าวเดินไปข้างหน้าพัฒนาโดยไม่หยุดยั้ง ด้วยการรวมตัวของสมาชิก และกลุ่มที่เข้มแข็ง สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจและเสียสละ ซึ่งมีพื้นฐานการเป็นสมาชิกจากองค์กรแม่  ซึ่งเป็นสหกรณ์ ประกอบกับสมาชิกทุกท่านเป็นมืออาชีพที่ทำการเพาะปลูกสับปะรดมานานนับหลายปี ตลอดจนการที่มีพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ทำให้กลุ่มมีการเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย ดังวิสัยทัศน์ของกลุ่มที่ว่า
“ เป็นกลุ่มผู้ผลิตสับปะรดที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล มีการบริหารงานอย่างโปร่งใส  ภายใต้หลักการค้าที่เป็นธรรม พัฒนาสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ”